การสร้างแรงจูงใจในการทํางาน

คนวัยทำงานแต่ละคนล้วนมีความฝันเป็นของตนเองกันทั้งนั้น ไม่ใช่ทำงานไปเพียงเพื่อถึงเวลาที่ต้องเข้าทำงานเป็นหลัก การที่จะก้าวไปถึงฝั่งฝัน หรือ เป้าหมายของแต่ละคน  ก็คงมีบางคนที่ถอดใจ ท้อถอย อ่อนล้า ฉะนั้นเราจึงต้องหาวิธีสร้างกระแสไฟ การสร้างแรงจูงใจในการทํางาน ในวิธีง่ายๆ ที่เราสรุปมาได้ดังต่อไปนี้

วิธี การสร้างแรงจูงใจในการทํางาน ง่ายๆ 5 ข้อ

  1. จัดการเป้าหมาย หรือ ความใฝ่ฝันอย่างเฉลียวฉลาด เมื่อคุณมีเป้าหมายและความใฝ่ฝันสิ่งนี้จะนำคุณสู่ความสำเร็จที่ได้คาดหวังไว้อย่างฉลาด มันจะช่วยให้คุณลดความจำเป็นที่ต้องทำงานอย่างหักโหม แบบไม่เหน็ดเหนื่อยของคุณทิ้งไป ซึ่งการทำงานแบบหักโหมไม่ได้ช่วยให้คุณมีแรงจูงใจเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด หากคุณมีเป้าหมายที่วางไว้เรียบร้อยแล้วมักจะเป้นแรงผลักดันให้คุณแสดงฝีมือ ความสามารถ และผลงานที่ประทับใจ พร้อมคุณภาพที่ดีให้แก่นายจ้าง นอกจากนี้ยังทำประโยชน์ให้แก่องค์กรและบุคคลรอบข้างได้มากมาย
  2. วางแผนและวาดเส้นทางสู้เป้าหมาย ก่อนอื่นต้องตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่าคุณได้กำหนดเป้าหมายในอาชีพรึยัง? ไม่ใช่การทำเพื่อให้ผ่านไปแต่ละวันเท่านั้น การสร้างแรงจูงใจในการทํางาน ทั้งหลายในการทำงานเกิดจากความใฝ่ฝันและความทะเยอทะยานจากตัวคุณสู่ความสำเร็จต่างๆ มากมาย และมันทำให้คุณวางแผนพร้อมวาดเส้นทางเป้าหมายได้อย่างชัดเจน โดยสิ่งที่ต้องกำหนดคร่าวๆ เช่น เส้นทางที่ดำเนินการมีความชัดเจนแค่ไหน? มีโอกาสเป็นไปได้มากมั้ย? ต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลรอบข้างหรือไม่? สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวชี้ทิศทางและการดำเนินไปยังจุดหมายของคุณโดยที่คุณไม่หลงทาง
  3. ใฝ่หาความรู้เพิ่มเติมเพื่อประยุกต์ใช้กับการทำงาน คุณสามารถหาความรู้รอบตัวของคุณได้มากมาย ไม่ว่าจากทาง หนังสือ เพื่อนร่วมงาน เพื่อน ญาติพี่น้อง บทบาทของตัวละคร หรือ จะเป็นผุ้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ แบบเฉพาะทาง บุคคลที่กล่าวมานั้น เขาก็ไม่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง ล้วนแต่มีแรงบันดาลใจ หรือ บุคคลตัวอย่างในการดำเนินชีวิต ไม่แปลกอะไรหากคุณต้องการหาใครสักคนเพื่อเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต โดยเรียนรู้ ซึมซับ และนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับตัวคุณ ซึ่งการเรียนรู้จากความผิดพลาดของบุคคลเหล่านั้น ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงให้น้อยลง ทำให้คุณเข้าถึงเป้าหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  4. แบ่งแยกขอบเขตระหว่างเรื่องงานกับเรื่องที่สำคัญอื่นๆ บางคนเมื่อตั้งเป้าหมายแล้วมักตั้งใจทำงานมากเกินไป จนละเลยกับเรื่องอื่นที่สำคัญกับตนเอง ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว สุขภาพตนเอง การผ่อนคลายต่างๆ ดังนั้นคุณควรแบ่งแยกขอบเขตในเรื่องงานให้ชัดเจน ทั้งเรื่องเวลาทำงาน เวลาพักผ่อน เวลาส่วนตัว รวมถึงการสานสัมพันธภาพกับเพื่อนร่วมงานของคุณ ด้วยงานที่คุณต้องเจอตลอด คุณไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียวแน่นอน คุณจึงจำเป็นต้องมีทีม หรือ เพื่อนร่วมงาน และการเป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมงานนั้น ต้องให้ความสำคัญกับทุกๆ คน และส่งต่อให้กับคนอื่นด้วย พยายามยอมรับและฟังเหตุผลของคนอื่นอยู่เสมอ
  5. อย่าหยุดอยู่กับที่ และพยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอ พยายามหาเวลาว่างในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตนเองให้สูงขึ้น แม้ในบางครั้งจะรู้สึกว่ามีงานล้นมือจนไม่มีเวลาว่างมากพอจะเรียนรู้ คุณต้องวางแผนพัฒนาตนเองเพื่อเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์กร หรือ บุคคลรอบข้างอยู่ตลอด และด้วยการพัฒนาตนเองทำให้หน้าที่การงาน ไม่มีที่สิ้นสุด และยังสามารถก้าวขึ้นไปได้อีกมากมาย ฉะนั้นควรพัฒนาตนเองให้มากที่สุด อย่าท้อถอยเพราะคุณได้ตั้งเป้าหมาย หรือ ความใฝ่ฝันของคุณ ให้เป็นจริงขึ้นมา เมื่อไรที่นึกถึงมันจะเป็นพลังและปลุกไฟอันลุกโชนในตัวคุณกลับมาอีกครั้ง แล้วความสำเร็จจะอยู๋เพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้น

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถสร้างแรงจูงใจ ให้กับการทำงานของคุณ เพื่อให้ชีวิตการทำงานของคุณในแต่ละวันมีสีสัน และชีวิตชีวา มากขึ้นกว่าเดิมง่ายๆ หวังว่าบทความ การสร้างแรงจูงใจในการทํางาน จะช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อย