ในวันหยุดพักผ่อนที่คุณวางแผนไว้ว่าจะดูซีรีส์ในคืนวันศุกร์จนดึก แล้วนอนตื่นสาย ๆ แต่เช้าวันเสาร์กลับมีเสียงไลน์เด้งจากงานหลักหรือ ฟรีแลนซ์ ที่รับอยู่ก็ตาม เข้ามาปลุกคุณแต่เช้า แถมพอเปิดดูแล้ว เป็นข้อความจากหัวหน้าของคุณ ที่ไลน์มาสั่งงานทิ้งไว้ก่อน หรือฝากทำงานด่วนงานเร่ง แม้จะเป็นวันหยุดของคุณก็ไม่เว้น กลายเป็นว่า วันหยุดไม่ได้หยุด เวลาพักไม่ได้พัก ไปซะงั้น ! ซึ่งนี่เป็นปัญหาของหลาย ๆ คน ตั้งแต่เรามีไลน์หรือโปรแกรมแชทอื่น ๆ ที่ทำให้หัวหน้าสั่งงานเราได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่พิมพ์ และหลายคนเลือกที่จะตอบไลน์นอกเวลางาน เพราะกลัวว่าจะทำให้งานไม่ผ่านการประเมิน และดูเป็นคนไม่รับผิดชอบ ไม่สนใจงาน แล้วจะส่งผลกระทบต้องตำแหน่งหน้าที่การงานของตัวเองได้

ส่วนหัวหน้าบางคนก็มักใช้ข้ออ้างว่า ไลน์ทิ้งไว้ก่อน มาอ่านที่หลังได้นะ เพราะกลัวตัวเองลืม ทั้ง ๆ ที่จริงแล้ว การ ไม่ตอบไลน์ นอกเวลางาน นั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องรู้สึกผิดแต่อย่างใด ในต่างประเทศกฎหมายให้ “สิทธิที่จะตัดขาดการสื่อสารนอกเวลาทำงาน” หรือ EU ให้สิทธิที่จะ “ปิด” เครื่องมือสื่อสาร ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศฝรั่งเศส มีการกำหนดหลัก “สิทธิที่จะตัดขาดการสื่อสารนอกเวลาทำงาน” หรือที่เรียกว่า “Right to Disconnect” โดยได้บัญญัติกฎหมายออกมาบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2017 หลักการนี้ถูกสร้างมาเพื่อสร้างความเคารพชั่วโมงการทำงานในเวลาทำงานปกติอย่างเคร่งครัด ซึ่งไม่เกิน 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (ในขณะที่ประเทศไทยไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ดังนั้น ลูกจ้างสามารถที่จะไม่อ่าน ไม่ตอบไลน์ นอกเวลางาน หรือปิดเครื่องมือสื่อสาร นอกเวลาทำงาน สามารถทำได้โดยไม่มีความผิด

ตามหลักข้อกฎหมายของไทยแล้ว การที่ลูกน้องไม่ตอบไลน์นายจ้าง นอกเวลางานหรือในวันหยุด วันลา ไม่ใช่เรื่องผิดเช่นกัน และไม่สามารถนำมาเป็นเหตุผลที่ใช้ประเมินผลงาน หรือนำมาเป็นเหตุผลที่ใช้ไล่พนักงานออกได้ ในเพจกฎหมายแรงงาน โดย รศ.ตรีเนตร สาระพงษ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการสั่งงานผ่านไลน์และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อความเฟซบุ๊ก Whatsapp หรืออีเมล

โดยอ้างอิงจากกฎหมายคุ้มครองแรงงานไว้หลายมาตรา เช่น มาตรา 23 กำหนดว่าให้นายจ้างประกาศเวลาทำงาน โดยวันหนึ่งไม่เกิน 8 ชั่วโมง การทำงานนอกเหนือหรือเกินจากเวลาทำงานปกติ 8 ชั่วโมง จะถือว่าเป็นการทำงาน “ล่วงเวลา” และถ้าเป็นการทำงานล่วงเวลานายจ้างต้องจ่าย “ค่าล่วงเวลา” ถ้าล่วงเวลาวันธรรมดาจ่าย 1.5 เท่า ถ้าล่วงเวลาในวันหยุดจ่าย 3 เท่า และมาตรา 24 ที่กำหนดว่าการทำงานล่วงเวลาจะต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างด้วย จึงทำให้การสั่งงานผ่าน Social Media สามารถแตกออกได้เป็น 3 ประเด็น และจะถูกวิเคราะห์ตามข้อกฎหมายดังนี้