สำหรับบางคนที่ติดเชื้อโควิด-19 (COVID-19) ทำให้เกิดอาการของโรคที่คงอยู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนหลังจากการติดเชื้อ Long COVID-19 หายไปหรือหลังการรักษา ซึ่งเรียกว่าภาวะหลังการติดเชื้อโควิด-19 หรือภาวะลองโควิด แม้ว่าคนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อโควิด-19 จะมีอาการเล็กน้อยหรือมีอาการป่วยปานกลาง โดยผู้ป่วยประมาณ 10-15% อาการจะพัฒนาไปสู่โรคร้ายแรง และประมาณ 5% จะมีอาการป่วยที่รุนแรง

โดยปกติ ผู้ป่วยจะหายจากอาการป่วยหรือภูมิคุ้มกันโรคสามารถกำจัดเชื้อโควิด-19 หลังจากผ่านไป 2 ถึง 6 สัปดาห์ ในขณะที่คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อโควิด-19 จะฟื้นตัวและกลับสู่สภาวะปกติ แต่ในบางคนอาจมีอาการที่ยังคงอยู่ หลังจากการหายจากอาการป่วยหรือได้รับการรักษาฟื้นฟูสุขภาพอาจเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน แม้ว่าจะไม่สามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นในช่วงหลังจากการรักษาหรือฟื้นฟูแล้ว​ รวมถึงผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีบ้างแต่ไม่รุนแรง ก็สามารถพบกับอาการที่เกิดขึ้นของลองโควิดได้ และผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแทรกซ้อนที่จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

ภาวะติดเชื้อซ้ำต่อเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ มีโอกาสกลับมาเป็นได้ถ้าป้องกันไม่ดีพอหรือละเลยการป้องกันตนเองในช่วงที่มีการระบาดในวงกว้าง แม้จะได้รับการรักษาหรือหายจากการติดเชื้อโควิด-19 แล้วก็มีโอกาสการกลับมาติดเชื้อซ้ำในกรณีที่เป็นเชื้อโควิด-19 สายพันธ์ุใหม่หรือเชื้อกลายพันธุ์ที่ทำให้เกิดอาการป่วยที่รุนแรง เมื่อร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อโควิด-19 ทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อและอวัยวะภายในที่สำคัญต่างๆ เช่น ตับ ตับอ่อน ไต เป็นต้น โดยเชื้อโควิด-19 จะเป็นเหมือนตัวกลางที่กระตุ้นให้เกิดความเสียหายนี้ โดยที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อการติดเชื้อ โจมตีหรือกำจัดเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆ ที่มีการติดเชื้ออย่างรุนแรง

อาการติดเชื้อโควิด-19 ที่รุนแรง หรือเรียกว่าอาการพายุไซโตไคน์ (Cytokine Storm) โดยอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อทุกประเภท ไม่ว่าจะมาจากเชื้อไวรัส เชื้อรา หรือแบคทีเรีย ที่มักเกิดขึ้นกับการติดเชื้อที่เกิดภายในปอด ทางเดินปัสสาวะ (กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ไต) และสามารถเกิดขึ้นกับอวัยวะภายในทุกๆ ส่วนได้ โดยเกิดจากเซลล์ภูมิคุ้มกันจะสร้างสารไซโตไคน์ออกมาเพื่อที่จะช่วยกระตุ้นการอักเสบตามกลไกธรรมชาติที่จำเป็นต่อการดักจับและกำจัดเชื้อโรค แต่เนื่องจากเชื้อโควิด-19 จะกระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันผลิตสารไซโคไคน์มากจนเกินไป ทำให้เสียการควบคุมเกินที่จะยับยั้ง ส่งผลทำให้สารไซโตไคน์นี้เองสะท้อนกลับมากระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันให้ทำลายเนื้อเยื่อในส่วนที่มีการติดเชื้อโควิด-19 อย่างบ้าคลั่ง ส่งผลทำให้เนื้อเยื่อของอวัยวะภายในต่างๆ ทำงานล้มเหลว และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด