น้ำตาลทำให้คุณขาดคุณค่าทางโภชนาการ น้ำตาลแปรรูปไม่มีคุณประโยชน์ในด้านโภชนาการต่อสุขภาพแม้ความว่างเปล่าของสารอาหารในน้ำตาลเป็น 0 แต่แคลอรี่กลับสูงมากอย่างน่าประหลาดใจ โดยน้ำตาลจะมีแคลอรี่อยู่ระหว่าง 40-60 แคลอรี่ต่อช้อนชา (โดยไม่ควรเกิน 4 ช้อนชา สำหรับผู้ที่ต้องการพลังงาน 1,600 กิโลแคลอรี่ ไม่เกิน 6 ช้อนชา สำหรับผู้ที่ต้องการพลังงาน 2,000 กิโลแคลอรี่)

การเติมลงในอาหารและเครื่องดื่มจะเพิ่มปริมาณแคลอรี่อย่างมีนัยสำคัญโดยไม่สามารถเพิ่มประโยชน์ทางโภชนาการใดๆ ร่างกายมักจะย่อยอาหารและเครื่องดื่มเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายความว่าเราจะได้รับแหล่งพลังงานที่ไม่ดีต่อการทำกิจกรรมประจำวัน แต่ถ้าเทียบกับที่มีน้ำตาลตามธรรมชาตินั้นแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ผลไม้และผลิตภัณฑ์จากนมมีน้ำตาลธรรมชาติ ร่างกายย่อยอาหารเหล่านี้ในอัตราที่ช้าลง ทำให้เป็นแหล่งพลังงานทีดีกว่า และที่ต้องระวังอีกประการหนึ่งคือระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างเรื้อรังจะส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์มีประสิทธิภาพน้อยลง และส่งผลให้เกิดโรคขาดสารอาหารที่สำคัญได้ เช่น วิตามินดี แคลเซียม โฟเลต โครเมียม แมกนีเซียม เป็นต้น

ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติที่ได้จากผลไม้หรือส่วนต่างๆ ของพืช คุณควรระมัดระวังไม่ให้ได้รับน้ำตาลมากเกินไปที่จะส่งผลต่อการเกิดภาวะดื้ออินซูลิน และการเก็บพื้นที่แคลอรี่ที่คุณจะมอบให้กับน้ำตาลคุณสามารถนำไปกินอาหารที่มีสารอาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์สำหรับสุขภาพของคุณได้

น้ำตาลทำให้คุณหุ่นพัง ระวังโรคเรื้อรังต่อแถว

น้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่มสุดหวานหอมชื่นใจจะมีแคลอรี่ที่สูงและไม่มีคุณประโยชน์ในด้านโภชนาการ ทำให้คุณหิวบ่อยและไม่อิ่ม จึงอยากอาหารได้ต่อเนื่อง เพราะน้ำตาลสามารถส่งผลต่อฮอร์โมนในร่างกายที่ควบคุมน้ำหนักและความอิ่ม คือ ฮอร์โมนเลปติน (Leptin) ที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณบอกสมองว่าคุณกินอาหารมื้อนั้นๆ ได้พลังงานอย่างเพียงพอแล้ว แต่อาหารที่มีน้ำตาลสูงจะส่งผลการดื้อเลปตินได้ กล่าวคือ เมื่อเวลาผ่านไป อาหารที่มีน้ำตาลสูงจะป้องกันไม่ให้สมองรับรู้ได้ว่าควรจะหยุดกินหรือกินมื้อนี้ต่อไป และอีกกลไกคือน้ำตาลจะสร้างความเสียหายในระดับเซลล์ไมโทคอนเดรียของคุณให้อ่อนแอหรือเสียหาย เซลล์ของคุณจะมีการผลิตพลังงานที่ไม่มีประสิทธิภาพสิ่งนี้นำไปสู่ความอดอยากหรือหิวโหยและทำให้เกิดความเหนื่อยล้า (หากเกิดอย่างรุนแรงอาจจะส่งผลเกิดเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้) สิ่งนี้ยังกระตุ้นสมองให้กลัวว่าร่างกายจะขาดพลังงาน และระยะเวลาผ่านไปร่างกายจะกินเยอะ กินจุ ที่จะก่อให้เกิดโรคเบาหวานและโรคอ้วน ลงพุงหรืออย่างใดอย่างหนึ่งก่อนแต่ก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกันคือระบบเผาผลาญในร่างกายพังหรือเสื่อมลง ทำให้เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคเรื้อรังอื่นๆ ตามมา เกิดปัญหาภาวะเมแทบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome)

น้ำตาลทำให้ผิวพรรณคุณแก่และเสื่อมก่อนวัยอันควร

โดยคอลลาเจนและอีลาสตินเป็นโปรตีนหลัก 2 ชนิดที่ช่วยให้ผิวของเรามีความอ่อนเยาว์ อ่อนนุ่ม การเสื่อมของเซลล์ผิวหนังนั้นเกิดจากกระบวนการที่โมเลกุลของน้ำตาลจับกับคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวของเราเกิดเป็นสารอนุมูลอิสระ ดังนั้นหากเราต้องการคงไว้ซึ่งโปรตีนเหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ “การหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณน้ำตาลที่คุณกินเข้าไปสามารถลดน้ำตาลกลูโคสและอินซูลินในกระแสเลือดของคุณได้ ลดการอักเสบเรื้อรังและเฉียบพลันที่เชื่อมโยงกับความชราได้” เมื่อคุณเริ่มเห็น สิวเห่อ หรือริ้วรอยเริ่มปรากฎขึ้น อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง

น้ำตาลอาจทำให้ผมร่วงและหัวล้าน

มีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม เช่น ระดับน้ำตาลในเลือดสูง (High Blood Sugar) ฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) กล่าวได้ว่าหนึ่งในสาเหตุของผมร่วงและหัวล้านนั้น คือ โรคเบาหวาน ที่จะสามารถส่งผลกระทบนี้ต่อเส้นผมของคุณได้ในทางอ้อม คือ หากคุณเป็นโรคเบาหวาน ร่างกายของคุณผลิตอินซูลินไม่ได้ (โรคเบาหวานชนิดที่ 1) หรือผลิตได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพจากการเกิดภาวะดื้ออินซูลินเรื้อรัง (โรคเบาหวานชนิดที่ 2) ที่ฮอร์โมนอินซูลินจะไม่สามารถนำน้ำตาลจากอาหารที่คุณกินที่กำลังหมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือดไปยังเซลล์ของคุณเพื่อสามารถเก็บไว้เป็นพลังงานได้

เมื่อร่างกายคุณไม่สามารถผลิตอินซูลินหรืออินซูลินทำหน้าที่อย่างบกพร่อง น้ำตาลสามารถสะสมในเลือดของจนเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง น้ำตาลที่มากเกินไปนั้นสามารถทำลายเซลล์ให้อักเสบไปทั่วระบบอวัยวะที่สำคัญทั่วร่างกายรวม เช่น ดวงตา ตับ ตับอ่อน ไต สมอง เส้นประสาทและหลอดเลือดของคุณได้

โดยเฉพาะหากหลอดเลือดของคุณที่มีหน้าที่นำออกซิเจนไปทั่วร่างกายเพื่อหล่อเลี้ยงอวัยวะและเนื้อเยื่อของคุณเกิดการอักเสบและเสียหายจนเสื่อมสภาพ เช่น การเกิดการตีบตัน หรือเส้นเลือดแตกง่าย รวมถึงการเกาะจับตัวระหว่างออกซิเจนกับเม็ดเลือดแดงที่น้ำตาลจะลดประสิทธภาพการนำพาออกซิเจนไปทั่วร่างกายและบริเวณศรีษะได้อย่างไม่เพียงพอต่อการบำรุงรากผมของคุณ การขาดออกซิเจนนี้อาจส่งผลต่อวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมตามปกติของคุณได้

น้ำตาลทำให้คุณเสพติดได้เหมือนยาเสพติด

แม้น้ำตาลจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฎหมายสากล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเสพติดน้ำตาลนั้นมีอยู่จริง โดยการเสพติดน้ำตาลนั้นมี 2 ลักษณะ คือ เกิดจากพฤติกรรมเสพติดที่คุณเคยชินกับการกินน้ำตาลจากของหวาน ไอศกรีม ช็อกโกแลต หรืออาหารรสหวานหอมอร่อยและจัดจ้าน รวมถึงข้าวหรืออาหารจำพวกแป้งขัดสีและแปรรูป และเกิดจากการติดสารเคมีในน้ำตาลที่จะมีความเหมือนราวกับว่าคุณกำลังติดโคเคน เฮโรอีน แอมเฟตามีน ฝิ่น หรือกัญชาเลยทีเดียว โดยมีแนวโน้มว่าอาการเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับกลไกการให้รางวัลในสมองผ่านสารโดปามีน (สารแห่งความสุข)