ทุกครั้งที่เราได้เงินเดือนมาก็มักจะพยายามประหยัดแบบสุด ๆ แล้วนะ ไม่เที่ยว ไม่กินหรู ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย แต่ทำไมไม่รวยสักที? แม้แต่ ฟรีแลนซ์ เองก็เถอะ หากคุณรู้สึกว่าอิสรภาพทางการเงินของคุณ ดูช่างไกลเกินเอื้อม จนทำให้คุณเริ่มท้อแท้ ลองฟังทางนี้ อาจจะเป็นแนวทางดี ๆ ในการวางแผนทางการเงิน ที่ถูกต้องให้คุณเลือกเดิน องค์ประกอบสู่ความสำเร็จในการวางแผนทางการเงิน เพื่อให้ถึงเป้าหมายในการมีอิสรภาพทางการเงิน ทำได้ไม่ยาก มีแนวทางดี ๆ มานำเสนอด้วยกัน 4 ข้อ ได้แก่ วางแผนหาเงิน วางแผนใช้จ่าย วางแผนเก็บออม และวางแผนลงทุน

ทำงานแทบตายสุดท้าย เงินเก็บมีไม่ถึงแสน ทำยังไงให้รอดพ้นวงจรแบบนี้

ทำงานแทบตายสุดท้าย เงินเก็บมีไม่ถึงแสน ทำยังไงให้รอดพ้นวงจรแบบนี้

วางแผนการหาเงิน การหาเงินไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ทั้งการทำงานประจำ งานอิสระ หรืออาชีพเสริม ย่อมมีเป้าหมายหลักคือ การมีเงินเก็บที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อทำตามความฝันอันสูงสุดของแต่ละคน การเลือกงานที่ดี มีส่วนสำคัญต่อการวางแผนทางการเงินอย่างยิ่ง เพราะงานที่ดีนอกจากจะทำให้คุณมีรายรับที่ดีแล้ว ยังมีเวลาให้คุณจัดสรรชีวิตและวางแผนทางการเงินได้ดีเพิ่มขึ้นด้วย เช่น เมื่อคุณมีงานประจำที่มีรายได้มั่นคง คุณก็จะสามารถจัดสรรเงินออกเป็นส่วนได้อย่างมั่นใจ ทั้งส่วนที่ใช้จ่ายทั่วไป ส่วนที่กันไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ส่วนเหลือเก็บและพร้อมลงทุนเพิ่ม ทั้งยังสามารถหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ไปพร้อม ๆ กัน ถ้างานประจำที่คุณทำอยู่ในตอนนี้ ยังไม่ตอบโจทย์การมีอิสระภาพทางการเงินของคุณ คุณสามารถมีการเงินที่ดีขึ้นได้ ด้วยงานใหม่ที่ใช่กว่าเดิม

วางแผนใช้จ่าย การบริหารเงินเพื่อใช้จ่ายให้เพียงพอในแต่ละเดือนไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีเป้าหมายชัดเจนกับเงินในมือของคุณว่า เงินส่วนนี้ใช้เพื่ออะไร เงินส่วนนี้เก็บเพื่ออะไร และเข้าใจคำว่า “พอเพียง” ใช้จ่ายตามความจำเป็น มีเหตุผลสมควรใช้ และเหมาะสมแก่สถานภาพทางการเงิน ไม่ถึงกับอัตคัดขัดสน คุณก็จะสามารถใช้เงินน้อยได้อย่างสบายใจ เช่น ซื้อบ้าน/ รถ ให้พอดีกับคุณทั้งประโยชน์การใช้สอยและราคา หลีกเลี่ยงการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เลือกซื้อของเฉพาะสิ่งที่เหมาะสมกับราคา อย่าตื่นเต้นกับของลดราคาที่ไม่ใช่สิ่งจำเป็น อย่าใช้ข้ออ้างวันพิเศษ โอกาสพิเศษ ในการเลี้ยงฉลองหรือซื้อของที่เกินความจำเป็น เป็นต้น

วางแผนเก็บออม เมื่อได้เงินมา คนทั่วไปมักจะเลือกที่จะใช้ก่อน ส่วนที่เหลือค่อยเก็บ ซึ่งเป็นวิธีสกัดดาวรุ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไปไม่ถึงเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้สักที มาลองวิธีใหม่ “เก็บก่อนใช้” โดยการตั้งเป้าหมายว่า ใน 1 เดือน คุณจะแบ่งเงินออกเป็นก้อน ส่วนที่ 1 เก็บเพื่อใช้ส่วนตัวประจำวัน ในการกินเที่ยวช็อป ในวงเงินจำกัด ส่วนที่ 2 เก็บเพื่อใช้ยามฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย ว่างงาน ส่วนที่ 3 เก็บไว้เผื่ออนาคต ซึ่งส่วนที่ 3 นี้ มีข้อแม้ว่าห้ามถอนจนกว่าจะถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือนำไปลงทุนเพิ่ม จากนั้นจึงเริ่มขยับเป้าหมายให้ไกลขึ้นด้วยการเก็บเงินเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วย

รูปแบบการเก็บเงินก็มีด้วยกันหลายรูปแบบ ทั้งการแบ่งบัญชีออกเป็นหลายบัญชี หยอดกระปุก ทำบัญชีรายเดือน โดยใช้ความต้องการของคุณเป็นแรงจูงใจในการเก็บเงิน เช่น อยากไปต่างประเทศ อยากได้บ้าน หรือเก็บเงินเพื่อสร้างครอบครัว จนไปถึงเป้าหมายใหญ่คือ มีอิสรภาพทางการเงินอย่างที่ต้องการในเวลาที่รวดเร็ว การวางแผนที่ดีจะช่วยให้คุณมีเงินใช้ไม่ขัดสน และมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

วางแผนลงทุน ในการลงทุนเพื่อให้เงินที่เก็บไว้งอกเงย เป็นรายได้อีกก้อนหนึ่ง ที่ต้องมีการวางแผนที่ดีและมีการแบ่งสัดส่วนเงินอย่างเหมาะสม ซึ่งเงินที่นำมาลงทุนต้องมั่นใจแล้วว่า เป็นเงินที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ และไม่ได้กู้ยืมมาเพื่อการลงทุนออม เพราะการลงทุนเหล่านี้คือวิธีการบริหารเงิน เพื่อให้ได้กำไรเพิ่มเติมจากเงินออมที่มี ไม่ว่าจะเป็นเงินเก็บ เงินสะสม เงินโบนัส หรือเงินพิเศษต่าง ๆ ที่แบ่งส่วนไว้แล้ว ซึ่งการลงทุนมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงิน ความเสี่ยงที่คุณรับได้ และผลตอบแทนที่ต้องการ ได้แก่

  • ลงทุนแบบความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนต่ำ เช่น การฝากธนาคารเพื่อรับดอกเบี้ย การทำประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ ซึ่งมีปันผลและผลตอบแทนเมื่อครบกำหนดการส่งเบี้ยประกัน
  • การลงทุนแบบความเสี่ยงปานกลาง มีโอกาสขาดทุนเล็กน้อย แต่ผลตอบแทนดี เช่น การซื้อพันธบัตร ซื้อกองทุน LTF/RMF
  • การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ลงทุนเยอะ ความผันผวนมาก กำไรมาก เช่น การเล่นหุ้น การซื้อทองคำ การซื้ออสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น