รู้จักกับ เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) ให้มากขึ้นกว่านี้

 

ตอนนี้หลายคนน่าจะทราบดีเรื่องอากาศในบ้านเราที่ไม่ค่อยจะปลอดภัยสักเท่าไรนัก ด้วยนาโนพลาสติกที่ลอยอยู่ในอากาศ รวมถึงฝุ่นควันรถยนต์บนท้องถนนที่เราเดินทางทุกวัน สามารถเข้าสู่ร่างกายได้เพียงแค่หายใจเท่านั้นเอง ทำให้ เครื่องฟอกอากาศ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Air Purifier” เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นเมื่ออยู่ในพื้นที่อาศัยที่มีมลภาวะค่อนข้างมาก

ด้วยอากาศที่หายใจในทุกวันมีผลเสียต่อร่างกายมากกว่าเมื่ออาศัยอยู่บ้านแล้ว เราควรได้รับอากาศที่ดีกว่าภายนอกเพื่อถนอมร่างกายเราและครอบครัวให้ดีที่สุดด้วยการเลือกเครื่องฟอกอากาศที่ได้มาตราฐานและมีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน ทั้งยังใช้ใน บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ หรือแม้แต่ตาม คอนโดมิเนียม หรือหอพักก็ไม่มีปัญหากับการใช้งาน เพียงแค่เลือกขนาดเครื่องให้สัมพันธ์กับห้องที่ต้องการใช้งานเท่านั้นเอง

มาทำความรู้จักกับ เครื่องฟอกอากาศ ที่มีขายในปัจจุบันกันเถอะ

เครื่องฟอกอากาศในปัจจุบันถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักด้วยกัน คือ แบรนด์แบบ OBM (Original Brand Manufacturer) และ OEM (Original Equipment Manufacturer)

  1. แบบ OBM (Original Brand Manufacturer) – เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์เจ้าใหญ่ที่เริ่มคิดค้น ผลิต ทำการตลาดและส่งขายเองทั้งหมด ที่ส่วนใหญ่เราจะคุ้นตากันอยู่ตามท้องตลาดในเมืองไทยนั่นเอง เช่น Sharp/ Hitachi/ Toshiba/ Panasonic/ Honeywell/ BlueAir/ Daikin เป็นต้น
  2. แบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) – ทำความเข้าใจง่ายๆ คือ การที่สินค้าถูกสั่งผลิตในต่างประเทศมีลักษณะ หน้าตา และฟังก์ชันที่ใกล้กับแบรนด์ดังๆ แต่ใช้โลโก้แกบรนด์ของตัวเองนั่นเอง ซึ่งไม่ได้มีแค่ในประเทศไทยที่มีแบบนี้เท่านั้น

สิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือความสามารถในการฟอกอากาศกับ พื้นที่ห้อง ก่อนไปซื้อควรวัดขนาดห้องให้เรียบร้อยก่อน หากเราซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีขนาดเล็กกว่าห้องก็ไม่ช่วยอะไรเลย ประโยชน์ที่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดห้องและขนาดของเครื่องฟอกเช่นกัน ถ้่าให้แนะนำควรซื้อเครื่องฟอกที่ฟอกอากาศได้มากกว่าขนาดห้องจะได้ประโยชน์สูงสุดเลย มาในเรื่องของรูปทรงที่คนส่วนใหญ่กังวลว่าเลือกแบบสี่เหลี่ยมหรือทรงกลมดีกว่ากันนะ ทั้ง 2 แบบถือว่ามีประโยชน์ที่ดีใกล้เคียงกันแตกต่างกันนิดหน่อยตรงที่ ทรงกลมสามารถกรองอากาศได้รอบทิศทางถึง 360 องศา อากาศจะไหลเข้าได้ทั่วกว่าแบบสี่เหลี่ยมที่ไหลเข้าตรงๆ นั่นแหละ ขึ้นอยู่กับดีไซน์ที่ชอบและการใช้งานในการวางเครื่องก็พอ

สำหรับ แผ่นกรองอากาศ (Filter) ที่กังวลว่าจะเป็นแบบไหนกัน เราแยกกันได้คร่าวๆ 2 แบบนั่นเอง คือ แบบฟิลเตอร์แยก แต่ละแผ่นจะถูกแยกเป็นหลายๆ ชิ้นกรองซ้อนกัน โดยแยกเป็น กรองหยาบ, กรองละเอียด และกรองคาร์บอน ซึ่งแต่ละแบรนด์จะทำแตกต่างกันออกไป อีกแบบคือ แบบฟิลเตอร์ All in One จะมัดรวมฟิลเตอร์ทุกอย่างอยู่ในชุดเดียวกันเพื่อให้ง่ายต่อการ Maintenance ตามรอบนั่นเอง ในบางรุ่นมีหลอด UV สำหรับฟอกอากาศที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดีก่อนเลือกซื้อควรวัดขนาดห้อง ขนาดของเครื่องฟอกและฟิลเตอร์ทั้งหลายก่อนเลือกซื้อจะดีที่สุดครับ