ปัญหาที่เจอบ่อยในเด็กจบใหม่ที่เพิ่มเริ่มหางาน คือช่วงที่เริ่มเขียนเรซูเม่เป็นครั้งแรก เด็กจบใหม่อาจรู้สึกกังวล ไม่รู้จะ ต้องเขียนเรซูเม่ยังไง และคิดว่าจะมีบริษัทไหนรับคนที่ไม่มีประสบการณ์เข้าทำงานด้วยหรอ? อาจรู้สึกเสียเปรียบ และรู้สึกว่าพลาดโอกาสการสมัครงานในตำแหน่งงานที่รับเฉพาะคนที่มีประสบการณ์ อย่าเพิ่งไปกังวลค่ะ ว่าตัวเองเป็นเด็กจบใหม่ ที่ไม่มีประสบการณ์การทำงาน ทุกคนต่างก็เริ่มมาจากศูนย์ จากการที่ไม่มีประสบการณ์ด้วยกันทั้งนั้น ผู้ประกอบการเข้าใจตรงจุดนี้ค่ะ และก็ยังมีผู้ประกอบการที่ต้องการเด็กจบใหม่ไฟแรงที่ไม่มีประสบการณ์ แต่กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงความคิดเห็น และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไปร่วมทำงานด้วยอยู่เหมือนกันนะคะ

ไม่มีประสบการณ์การทำงาน ต้องเขียนเรซูเม่ยังไง ให้โดนใจ

ไม่มีประสบการณ์การทำงาน ต้องเขียนเรซูเม่ยังไง ให้โดนใจ

1. ระบุเฉพาะข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญ

ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรระบุในเรซูเม่ของคุณ ควรเป็นข้อมูลการติดต่อที่ถูกต้องและอัปเดต, ประวัติการศึกษา, ทักษะที่เกี่ยวข้องกับงานที่จะสมัคร ทั้งทักษะทั่วไป เช่น ทักษะด้านการสื่อสาร, ทักษะการเจรจาต่อรอง เป็นต้น และทักษะเฉพาะทางด้านเทคนิค ควรระวังให้ดี อย่าใส่ข้อมูลที่ไม่จำเป็นลงไปในเรซูเม่ เช่น วันเกิด, น้ำหนัก, ส่วนสูง หรือประวัติการศึกษาสมัยมัธยม เพราะข้อมูลพวกนี้ ผู้ประกอบการไม่ได้ให้ความสำคัญเลย ข้อมูลพวกนี้อาจจะทำให้เรซูเม่ของคุณดูไม่น่าสนใจขึ้นมาทันทีเลยก็ได้ ฉะนั้น ควรคิดให้ดีว่า ข้อมูลเบื้องต้นอะไรบ้างที่สำคัญ และเป็นประโยชน์มากที่สุด ให้ระบุข้อมูลเหล่านั้นลงในเรซูเม่ของคุณ

2. เขียนจุดมุ่งหมายในอาชีพที่ย่อหน้าแรก

แนะนำให้เขียน “จุดมุ่งหมายในอาชีพ” (Career Objective) ไว้ที่ย่อหน้าแรกของเรซูเม่ ส่วนนี้จะช่วยสรุปให้ผู้ประกอบการทราบว่าคุณต้องการทำงานตำแหน่งอะไร และต้องการทำอะไรให้กับองค์กร ภายใน 2 บรรทัด ถ้าคุณใช้คีย์เวิร์ด หรือคำที่ผู้ประกอบการกำลังมองหาอยู่ลงไป จะทำให้เรซูเม่ฉบับนี้เตะตาให้ผู้ประกอบการตัดสินใจอ่านเรซูเม่ของคุณต่อ

3. ประสบการณ์การทำงานก่อนเรียนจบ

ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงาน, ทำงาน part-time, ทำงานเป็นอาสาสมัคร หรือมีโอกาสเป็นผู้นำในกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างเรียน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการมองหาจากเด็กจบใหม่ สามารถนำประสบการณ์เหล่านี้ไปเขียนในหัวข้อ “ประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้อง” ได้ ถ้าประสบการณ์การทำงานก่อนเรียนจบที่เคยได้ทำมา เหมาะสมกับงานที่ต้องการสมัคร ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการทำงาน ทักษะการทำงาน หรือแม้กระทั่งคุณสมบัติ ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรับเข้าทำงานได้มากขึ้น

หลักการเขียน “ประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้อง” นี้ ให้เขียนเรียงลำดับตามช่วงเวลา ให้ช่วงเวลาล่าสุดขึ้นต้น โดยเขียนระยะเวลา (วัน/ เดือน/ ปี) ตามด้วยลักษณะการทำงาน (ชื่อหรือตำแหน่ง) และเขียนรายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมถึงทักษะที่ใช้ในการทำงาน (ทักษะทั่วไปและทักษะเฉพาะทางด้านเทคนิค) แต่ต้องเขียนให้สั้น กระชับ ได้ใจความ แค่ 1-2 บรรทัดเท่านั้นนะคะ และต้องพยายามเขียนให้สอดคล้อง เชื่อมโยงกับตำแหน่งงานที่จะสมัคร เพื่อให้เรซูเม่ดูน่าสนใจ ดึงดูดให้ผู้ประกอบการสนใจอยากที่จะเชิญไปสัมภาษณ์งาน

4. เขียนข้อมูลทั้งหมดลงในเรซูเม่

เมื่อรู้แล้วว่าในเรซูเม่ควรมีอะไรบ้าง ขั้นต่อไปคือ การร้อยเรียงรายละเอียด ข้อมูลต่าง ๆ ที่กล่าวไปข้างต้นนั้นเข้าด้วยกัน โดยการเลือกเขียนสิ่งที่สำคัญ สิ่งที่น่าสนใจ และสิ่งที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการลงไป เขียนให้มีความต่อเนื่อง ตามลำดับเวลาและพยายามให้อยู่ภายใน 1 หน้ากระดาษ และเขียนเล่าเรื่องง่าย ๆ ตามคำถามเหล่านี้ คุณคือใคร, คุณทำอะไรมาบ้าง, จุดมุ่งหมายในการทำงานของคุณคืออะไร และคุณวางแผนที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้นอย่างไร เขียนให้น่าสนใจ เชื่อมโยงกันในแต่ละย่อหน้า เพื่อชักจูงใจให้ผู้ประกอบการใช้เวลาในการอ่านเรซูเม่ของน้องให้ได้นานที่สุด และอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะปกติแล้วผู้ประกอบการจะสแกนดูเรซูเม่แต่ละฉบับแค่ 7 วินาทีเท่านั้นเองค่ะ