เมื่อองค์กรของคุณเริ่มมีอาการขาดบุคลากรหรือคนในการทำงาน บางครั้งคุณอาจนึกถึงคนใกล้ตัวไว้ก่อนก็ได้ ด้วยความที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี จึงคิดว่าเมื่อต้องมาทำงานร่วมกันจะราบรื่นกว่าทำงานกับคนที่ไม่เคยรู้จักรู้ใจกันมาก่อน ด้วยการที่อาจจะ จ้างเพื่อนมาทำงาน ร่วมกับคุณก็ได้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีในการทำงานทักจะเพิ่มความราบรื่นและประสิทธิภาพในการทำงานยิ่งขึ้นไปอีกระดับกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้ ด้วยความที่บางคนอาจจะบอกว่า ก็รู้จักกันมานานแล้วไม่เป็นไรหอรกที่จะรับเพื่อนมาทำงาน และอีกหลายๆ สาเหตุที่คุณจะนึกออก แต่ทุกอย่างล้วนมีปัญหาโดยเฉพาะคนใกล้ตัวอย่างเพื่อน (ไม่ต้องถึงกับคนในบ้าน) ซึ่งเป็นอะไรที่เข้าใจยากพอสมควร ทั้งพฤติกรรมการทำงาน พฤติกรรมการใช้ชีวิตและอีกมากมายที่บางครั้งคุณอาจจะมั่นใจแล้วว่าคุณรู้ถึงทุกซอกทุกมุมที่เป็นตัวคนๆ นั้น แท้จริงแล้วมันอาจจะไม่ใช่แบบนั้น กว่าจะรู้ตัวตนจริงๆ อาจมาจากการรับเข้ามาทำงานก็เป็นได้นะ อย่างไรก็ดีการทำแบบนี้อาจเป็นเหมือนดาบสองคมที่แอบแฝงสิ่งร้ายแบบเงียบๆ อยู่ภายในต้นเหตุนี้ก็เป็นได้ ฉะนั้นบล็อก Entrepreneur จึงได้ให้คำแนะนำในมุมมองของการบริหารพนักงานที่คุณอาจนึกไม่ถึงว่ามันมีอะไรบ้าง และจะเป็นในรูปแบบไหนเราลองมาดูกันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างที่หลายๆ คิดไว้หรือไม่

ข้อควรพึ่งระวังหากคุณต้องการ จ้างเพื่อนมาทำงาน ร่วมกับคุณ

ข้อควรพึ่งระวังหากคุณต้องการ จ้างเพื่อนมาทำงาน ร่วมกับคุณ

  • เมื่อวันหนึ่งคุณต้องไล่เขาออก – ลำพังการไล่พนักงานออกก็เป็นเรื่องที่ทำใจได้ยากแล้ว แต่มันจะยิ่งยากเข้าไปอีกหากคนๆ นั้นคือเพื่อนของคุณ ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อนของคุณอาจผูกใจเจ็บและหาทางเล่นงานคุณ ดังนั้นควรเตรียมรับมือไว้ให้ดี จึงเป็นเรื่องที่อันตรายมาก และสร้างความคับแค้นใจให้กับเพื่อนของคุณ ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนที่สุด ต้องพึ่งระวังมากที่สุดเช่นกัน
  •  เมื่อเขาถือประโยชน์จากการเป็นเพื่อนกับคุณ – เพื่อนของคุณอาจคิดว่าเขาจะทำอะไรก็ได้เพราะเขาเป็นเพื่อนกับคุณ จึงมักทำผิดกฎบริษัทบ่อยครั้ง เช่น มาสาย ออกก่อนเวลา ลาป่วยบ่อย หรืออื่น ๆ โดยไม่ได้สนใจเลยว่าพนักงานคนอื่นจะมองอย่างไร บางทีคุณจำเป็นต้องตัดเนื้อร้ายทิ้งเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ สาเหตุนี้เกิดจากความเกรงใจส่วนตัวบุคคลหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็ต้องมีมาตราการรับมือไว้ระดับหนึ่งแล้วและหากยังไม่ดีขึ้น หนทางสุดท้ายที่คุณเลือกอาจจะไม่เป็นที่ต้องการของทั้งสองคนก็เป็นได้
  • เมื่อชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร – คุณอาจได้พบกับดราม่าทุกรูปแบบ เมื่อคุณต้องทำงานร่วมกับเพื่อน เพราะในชีวิตการทำงานจริงนั้นมีทั้งความกดดัน การเมืองในองค์กร การโต้แย้ง ความไม่พอใจ ความอิจฉาริษยา ซึ่งคุณอาจไม่เคยสัมผัสในรูปแบบความสัมพันธ์แบบเพื่อนมาก่อน นับว่าเป็นเคสที่ค่อนข้างโหดร้ายมากๆ กับการรองรับหรือรับรู้อารมณ์ของเพื่อนคุณ ซึ่งมันเป็นอะไรที่เข้าใจได้ยากและละเอียดอ่อนเกินไป บางครั้งการสะกิดหรือกระทบกระทั่งสักเล็กน้อยอาจกลายเป็นปัญหาระดับนานาชาติเลยก็ได้ (เหมือนจะดูโอเวอร์แต่มันเป็นเรื่องจริง) ฉะนั้นแล้วทางที่ดีไม่ควรให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับทางด้านการเมืองในออฟฟิส หรือ อื่นๆ ที่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวก็ตาม
  • เมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม – เมื่อคุณทำหน้าที่ของบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท ไม่ว่าคุณจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งมากมายระหว่างพนักงานและบริษัท อาทิ เรื่องค่าตอบแทนของพนักงาน หรือ การเลื่อนตำแหน่ง ในฐานะตัวแทนของบริษัทคุณต้องทำเพื่อบริษัท แต่ในฐานะเพื่อน ความรู้สึกส่วนตัวของคุณ หรือความเป็นพวกพ้องของคุณ คุณก็อยากจะช่วยเหลือเพื่อนของคุณเช่นเดียวกัน ซึ่งนั่นจะเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับคุณอีกครั้งที่จะต้องเลือกว่าจะต้องให้มันเดินไปทางไหนถึงจะดีที่สุดและเป็นที่พึงพอใจกับเพื่อนของคุณอีกเช่นกัน

จากหลายเคสที่ที่กล่าวมา ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้คุณจ้างเพื่อนมาทำงาน เพียงแต่ต้องการแนะนำสิ่งที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นและต้องคิดค้นวิธีแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อที่คุณจะได้เตรียมพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นกับคุณ ซึ่งเรื่องที่ยกมาพูดให้เห็นภาพนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทุกเรื่องเลยจริงๆ หรือปัญหาอื่นๆ ที่มากกว่านั้น เช่น การมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานด้วยความไม่ถูกใจทั้งนิสัยการทำงานและหน้าตา การเสนอแนวคิดและทัศนคติแต่ละคน ซึ่งมีต่างกันมากมายเกินกว่าจะเข้าถึงได้ทุกคน การทำอะไรก็ตามควรจะมองให้ครบทุกด้านทุกมุมที่มี จะได้ไม่เสียใจภายหลังเพื่อความมั่นใจและการก้าวไปในทางที่ดีขึ้นระหว่างที่ทำงานของคุณ ฉะนั้นหากจะ จ้างเพื่อนมาทำงาน ร่วมกับคุณเข้ามาทำงานเราควรจะมั่นใจและหนักแน่นพอที่จะสู้กับปัญหาต่างๆ ที่ต้องเจอแม้จะไม่คาดคิดก็ตาม