ปัจจุบันพนักงานในออฟิส หรือ สำนักงานทั่วไปมักจะมีความเครียดสะสมกันอยู่แล้ว ดังนั้น การสร้างความสุข และบรรยากาศในที่ทำงาน จะทำให้พนักงานมีความสุขกับการทำงาน งานที่ทำอยู่ก็จะออกมาดีตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานด้านไหนๆ ก็ตาม ซึ่งมีมากมายหลายปัจจัยที่จะทำให้พนักงานมีความสุขกับการทำงาน เช่น การมีส่วนร่วมกับบริษัท การมีแรงบันดาลใจที่ถูกต้อง เป็นต้น และสิ่งเหล่านี้ยังสามารถช่วยให้มี ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น แก้ปัญหาได้ดียิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกันถ้าหากพนักงานไม่มีความสุขกับการทำงานเลย อย่างเช่น หดหู่ ฟุ้งซ่าน เฉื่อยชา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อความรับผิดชอบในการทำงานทันที

การสร้างความสุข และบรรยากาศในที่ทำงาน

การสร้างความสุข และบรรยากาศในที่ทำงานให้เหมือนทำงานที่บ้าน

  1. การถูกยอมรับ – ทุกคนต้องการที่จะได้เครดิตเมื่อทำสิ่งที่ดีสิ่งที่ถูกต้องหรือว่ามีส่วนที่ทำให้บรรลุเป้าหมายของบริษัท เมื่อพวกเขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามทุกบริษัทมีความแตกต่างกันในการบริหารองค์กร ถ้าหากว่าพนักงานคนไหนที่สามารถบรรลุเป้าหมายขององค์กรได้ แน่นอนว่าบริษัทจะต้องมีโบนัส หรือ ให้รางวัลอย่างแน่นอนเพื่อเป็นการขอบคุณในสิ่งที่พนักงานได้ทำให้กับบริษัท แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้โบนัสหรือรางวัล เพราะอาจจะมีบางคนที่ไม่ได้มีความรับผิดชอบมากเพียงพอ หรือ สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้ สิ่งเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบริษัท บางองค์กรอาจจะให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำงานได้ดี แต่ไม่ให้รางวัลสำหรับคนที่ทำงานเป็นทีมกับผู้อื่นไม่ได้ก็มี
  2. ความแตกต่างกัน – ความแตกต่างกันเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างทีมงานขึ้นเพื่อมอบหมายงาน ดังนั้นผู้จัดการจึงมีบทบาทอย่างมากในการรวบรวมบุคคลที่มีความแตกต่างกัน สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้จัดการแต่ละคนอาจจะใช้วิธีที่แตกต่างกันออกไปเพื่อรวมทุก ๆ คนในทีมนั้นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เช่น อาจจะต้องใช้วิธีที่เข้มงวดก็ได้ หรือความเป็นครอบครัว ผู้จัดการจะต้องมองมาวิธีที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดแก่พนักงาน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมาในภายหลัง อย่างไรก็ตามอย่า ลังเลที่จะให้รางวัลแก่ ผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหา อาจจะไม่ต้องรอวันมอบโบสนัส หรือปีใหม่ แต่การให้รางวัลแก่พนักงานนั้นจะช่วยเพิ่มกำลังใจให้พวกเขาในการแก้ปัญหา
  3. กระฉับกระเฉง – แน่นอนว่าทุกคนอยากจะเป็นที่ได้รับการยอมรับจากบริษัท และได้รับผลตอบแทนจากบริษัทอย่างคุ้มค่า เช่น ประกัน บำเน็จ บำนาญ การปันผลกำไร หรือ โบนัส สิ่งเหล่าจะกระตุ้นให้พนักงานมีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดีบริษัทสามารถสร้างความกระฉับกระเฉงให้กับพนักงานได้ด้วยเหมือนกัน เช่น จัดทริป Outing ภายในบริษัท จัดแข่งขันกีฬาภายในองค์กร เพราะว่าความกระฉับกระเฉงจะช่วยให้พนักงานมีความมั่นใจมากขึ้น เห็นคุณค่าของบริษัท และในที่สุดพนักงานก็จะมีความรักต่อองค์กรของตนได้
  4. ความเข้าใจ – ในหลายบริษัทที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะพนักงานที่มีความเข้าใจภายในองค์กรเป็นอย่างดี ซึ่งหมายถึงบริษัทวางกลยุทธ์เป็นพื้นฐานสำหรับพนักงานในการตัดสินใจ เพื่อที่จะทำให้การทำงานนั้นไม่น่าเบื่อ เหมือนกับการเป็น กรรมการผู้จัดการ หรือ ผู้จัดการนั้นที่ต้องใช้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ขององค์กร ซึ่งไม่ต้องสนใจว่ามีประชุมมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่คุณควรจะสนใจคือความเข้าใจลูมทีมของคุณทุก ๆ คน มิฉะนั้นคุณจะกลายเป็นหัวหน้าที่ไม่ดีก็เป็นได้ ถ้าหากบางคนเกิดทำผิดพลาดขึ้นมา ทุกคนในทีมควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้กำลังใจกัน
  5. ความไม่รู้ใน “วัฒนธรรมบริษัท” – วัฒนธรรมของบริษัท ของคุณไม่ควรจะซับซ้อนมากนัก มันควรจะเกี่ยวกับการทำงาน ทำให้ลูกค้ามีความประทับใจกับองค์กรง่าย ๆ โดยเฉพาะกับพนักงานที่เข้ามาทำงานใหม่ อย่างไรก็ตาม “วัฒนธรรม” ในบริษัท ได้กลายเป็นคำที่ไม่มีค่าทันที ถ้าหากเกิดปัญหาระหว่างพนักงานด้วยกัน หรือ พนักงานบางคนไม่เห็นด้วย ไม่ชอบวัฒนธรรมในองค์กรนี้ เช่น การแต่งกายเป็นระเบียบเรียบร้อยเกินไป นำขนมเข้ามาทานที่โต๊ะไม่ได้ และอื่นๆ สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีทั้ง รอยยิ้ม ความสุข สิ่งที่ดีต่างๆ จะผลส่งสู่พนักงานทุกคนและส่งผลต่อภาพรวมภายในองค์กรอีกด้วย บรรยากาศการทำงานเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึงของบริษัทก็เป็นได้

นี่จะเป็นโจทย์ให้กับบริษัทว่าจะทำอย่างไรให้ การสร้างความสุข กับพนักงานรู้สึกมีความสุขและแรงผลักดันมากขึ้น เหมือนบ้านตนเองในเวลาพวกเขามาทำงาน เพราะว่าองค์กรที่จะช่วยสร้างสังคมที่น่าอยู่ให้กับผู้คนแก่พนักงาน